เลือกหน้า

หลังจากที่ได้รับการศัลยกรรมที่เกาหลี นกตีสิบ จะมีวิวัฒนาการความสวยเป็นเช่นไร มาอัพเดทแบบรวบตึงจบครบในโพสต์เดียว

นกตีสิบ โมหน้าใหม่ที่เกาหลี

อย่างที่รู้ๆกันว่า คุณนก เป็นเจ้าแม่ศัลยกรรมเกาหลีชื่อดังจากรายการตีสิบ ที่ทำการศัลยกรรมใบหน้าจนออกมาดูสวยงาม ทำให้คนทั้งประเทศอิจฉา แถมยังผันตัวเองมาเป็น

  • กูรูศัลยกรรม คอยให้คำปรึกษา
  • แนะนำโรงพยาบาลศัลยกรรมดีๆให้คนที่อยากสวยเหมือนเจ้าตัวอีก

และตอนนี้ยังมีธุรกิจผลิตภัณฑ์ความงามอย่าง Soul Skin ที่ได้ข่าวว่ายอดขายพุ่งแบบฉุดไม่อยู่อีก หนทางกว่าที่คุณนกจะประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้ แน่นอนว่าต้องเริ่มจากความสวยความงามใช่ไหมคะ

วันนี้เราจะมาย้อนดูอดีต – ปัจจุบันของคุณนกกันค่ะ ว่าเจ้าตัวได้ทำการศัลยกรรมส่วนไหนกันบ้าง พร้อมแล้วมาดูไปพร้อมๆกันเลย

เรื่องราวชีวิตที่ถูกตีแพร่จากเว็ปบอร์ดศัลยกรรมเว็บไซต์

ที่คุณนกได้ไปลงไว้ เพื่อหวังให้เป็นวิทยาทานให้กับผู้อื่น แต่กลับกลายเป็นโอกาสที่เปลี่ยนแปลงชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เพียงชั่วข้ามคืน การทำศัลยกรรมจากการที่ อยากสวย อยากดูดีขึ้น

เพียงเพราะอยากแก้ไขจุดพกบร่องและเติมเต็มความรุ้สึกของการโดนแฟนทิ้ง แถมยังโดนผู้หญิงคนใหม่ โทรมาเยาะเย้ยว่าไม่สวย

จนวันหนึ่งได้มีรายการทางช่อง 3 ติดต่อให้ไปออกรายการ เพื่อตีแพร่เรื่องราวชีวิตที่เกิดขึ้นมากมาย จนเป็นบทเรียนชีวิตในแต่ละช่วง ติดตามจากไทม์ไลน์ ไล่เรียงตามลำดับจากนี้ต่อไปได้เลยค่ะ

ออกรายการตีสิบ

ไม่มีอะไรสวยงามไปได้ตลาดกาล

ความสวยที่มีวันอิ่มตัวและเกิดความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งแปลกปลอมที่ฉีดลงไป ทำให้หน้านกมีพื้นผิวที่ไม่เรียบเนียนเหมือนเดิม อายุจากวันนั้น ถึงช่วงเวลานี้ผ่านมา 5-6 ปี และด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นกว่า 20 โล

ความสวยความสดใส ในวัยเด็กเริ่มหายไป กับปัญหา ฟิลเลอร์หน้าผากที่ไหลมายังแกนกลางจมูก ทำให้จมูกมีความผิดรูปร่าง หนาใหญ่เหมือนสิงโต เพียงแค่ใช้นิ้วมือลูบก็สามารถ เคลื่อนวัตถุดิบที่เป็นลักษณะน้ำเจลเหลวๆ ให้ไหลกลิ้งไปกับนิ้วมือได้

และมีทีท่าว่ามันจะไหลมายังกระบอกตา และอาจเกิดปัญหาที่ใหญ่กว่านี้ก็เป็นได้ คือการที่ดวงตาอาจจะปิดหรือบอดลงสนิท จึงศึกษาเรื่องศัลยกรรมอีกครั้งอย่างจริงจัง และรอบนี้ เลือกศึกษาของประเทศเกาหลี ที่มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญสูงด้วยเทคโนโลยี และความทันสมัย ของศัลยแพทย์ต่างๆ ผ่านทางรายการ Let me in

จึงได้วางแผนและเก็บเงินไปทำหน้าใหม่ ด้วยการ ทุบโหนกแก้ม ตัดกราม วีไลน์ แก้ไข จมูก และนำเอาฟิลเลอร์ ที่ค้างบริเวณ หน้าผาก จมูก ใต้ตา ออกไปทั้งหมด

ภาพที่ 1, 2 , 3 ตรวจวัดมวลกระดูล  CT Scan ตรวจวัดความเจริญเติบโตของแคลเซียมและกระดูก

(สำคัญมากนะค่ะ ต้องตรวจค่ะ และต้องได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่้ยวชาญและมีประสบการณ์เท่านั้น ไม่เช่นนั้น ผ่าตัดไปแต่แคลเซียมยังคงไม่หยุดเติบโต เราอาจจะต้องมาทำการตัดใหม่ในอนาคตได้ค่ะ จากภาวะกระดูกงอก)

หลังออกจากห้องผ่าตัด และความบวมของวันที่ 3 และ 4

  • ศัลยกรรมโครงหน้า
  • ตัดโหนกแก้ม
  • ตัดกราม วีไลน์
  • แก้ไขสารเหลว ฟิลเลอร์

ทั้งหมดของบริเวณใบหน้า ในจุดที่มีปัญหาค่ะ

ภาพที่ 1 บริเวณจุดที่มีปัญหาฟิลเลอร์ไหล ที่หน้าผาก เบ้าตา ใต้ตา และจมูก

ภาพที่ 2,3 ครบ 7-10 วันหลังทำการผ่าตัดโครงหน้า ค่ะ

นกตีสิบหลังผ่าตัดโครงหน้า ครั้งที่ 1

เหมือนปัญหาจะไม่มีอะไร แต่มันมีค่ะ จำจมูกนกได้มั้ยค่ะ รอบที่ทำแล้วโด่งมากๆๆๆ ที่ไทย ปรากฎว่า อยุ่มาวันนึง มันแดงมากที่ปลาย แต่ไม่ได้รู้สึกเจ็บนะค่ะ

แอบถามเพื่อนหลายคนในขณะนั้น ก็บอกตามๆกันค่ะ ว่าเป็นปกติไม่ได้เอ๊ะใจอะไร (ในปัจจุบัน กลุ่มเพื่อนพวกนั้นก็จมูกทะลุไปเรียบร้อยแล้ว ) ดีที่นกฟังหูไว้หู แอบให้หมอที่เกาหลีดูให้

ปรากฎว่าด้านในอักเสบค่ะ รอการติดเชื้อแล้วหากไม่นำออก ผ่าออกมาหนองเพียบเลย ฮือออ เศร้ามาก เพราะในใจแอบคิดว่า คุณหมอคงจะทำการเสริมใหม่ให้ไปเลย แต่ไม่เป็นแบบนั้นนค่ะ แพทย์มีมิติลงความเห็นที่จะปิดจมูกให้นกไปพักก่อน 6-12 เดือนแล้วจึงกลับมาทำใหม่

และส่งให้เดินน้ำเกลือ ยาฆ่าเชื้อในกระแสเลือดอีก 3 วันที่โรงพยาบาล อยากบอกว่าขนาดยังไม่ติดเชื้อนะค่ะ แต่มีภาวะว่าจะติด หรืออาจจะเริ่มติดได้ เค้าไม่รอให้เราทานยาค่ะ เอาออกแล้วขูดน้ำเหลืองออกให้หมด และให้ยาทางสายน้ำเกลือทันที

ปิดตำนาน จมูกหมอไทยไปเลยทีเดียว โด่งสูง ใครๆ ก็ชอบ แต่ถ้ามันมาพร้อมกับปัญหาในอนาคตจะทำยังไงค่ะ นี่ไม่ติดเชื้อนะ เกือบจะติด แล้วคิดดูว่า คนที่ติดเชื้อ ต้องรักษาตัวเป็นเดือนๆ จะเสียงานเสียการขนาดไหน

เรื่องนี้จำเป็นบทเรียน การทำราคาถูกที่ไทย จึงทำให้นกหมดศรัทธาไปเลยจริงๆ ค่ะ เก็บเงินรอสวยทีเดียว แบบไร้ปัญหากับมาตราฐานคุณภาพสูง จากแพทย์ที่ชำนาญดีกว่าค่ะ

จมูกที่ทำจากไทย หมอท่านนึงทำได้โด่งมาก คนไทยก็ชอบโด่งเนอะอยากเป็นฝรั่ง ปรากฎว่าทะลุค่ะ เลยต้องปิดตำนานจมูกพุ่ง ด้วยการถอดออกและพักไปยาว 8 เดือนเลย ช่วงเวลานั้น เลวร้ายมาก เพราะดั้งไม่มีเลย อาย และ ไม่มั่นใจมากๆ ค่ะ

จมูกเก่าหมอไทย โด่งแบบรั้งปลายพุงเกินไป อาการทะลุกำลังจะเกิดแต่นกไหวตัวทันก่อน แล้วดูสิค่ะ อะไรเกิดขึ้น เห็นซิลิโคน และการเหลามั้ยค่ะ ส่วนตรงปลายสีเหลืองๆ นั่นคือ หนองค่ะ กินไปเกินครึ่งจมูกแล้ว หมอขูดออก

และให้นกนอนฆ่าเชื้อผ่านทางสายน้ำเกลือเป็นเวลา 3 วัน และสั่งพักจมูกจนกว่าจะหายดี รวมๆ แล้วนกพักไป 8 เดือนค่ะ กว่าจะสามารถทำจมูกใหม่ได้อีกครั้งนึง

นกตัดสินใจทำโครงหน้าอีกรอบ

แก้ไขโครงหน้า โหนกแก้ม วีไลน์รอบที่ 2 คือด้วยความที่นกไม่ใช่คนที่ขาวเกาหลีจ๋า ขนาดนั้น ชอบความลูกครึ่งแนวฝรั่งเบาๆ ผิวออก 2 สี มากกว่าขาวกลูต้า ดังนั้น รพ แรกที่ทำให้เลยไม่ตอบโจทย์ และก็เพิ่งมาเก็ทรอบที่แก้ไขนี้เองว่า ใช่ว่าเราจะตัดๆ ไปเลยก็ได้นะค่ะ

โครงหน้าก็คล้ายจมูกค่ะ มันมีทรงของมันว่าจะเอาแบบหน้าสั้นคางไม่ยาวแก้มป่องๆ หรือจะเอาแบบวีเชฟ ซึ่งบอกเลยรอบแรก ไม่ได้ศึกษาลึกขนาดนั้น จึงทำให้เกิดการแก้ไขในรอบนี้

เวลาการทำศัลยกรรมอะไรก่อน – หลังอาจจะไม่ได้เรียงมากนะค่ะ เพราะนกรวบให้ในโพสต์นี้ และขอยืนยันว่าทั้งหมดไม่ใช่การเสพติดศัลยกรรมแต่อย่างใด แต่ด้วยความไม่มั่นใจ ที่ส่งผลต่อหน้าที่การงาน เลยทำให้นกตัดสินใจทำครั้งที่ 2 ในครั้งนี้

ใครที่มีแพลนจะทำ ศึกษาดีๆ อยากปรึกษาไปทำกับนกที่เกาหลีก็ได้ค่ะ แต่อย่าพลาดแบบนกนะ ประสบการณ์เยอะจิง ๆ นอกจากเจ็บตัวแล้ว บอกเลยราคาค่าแก้เหยียบล้านค่ะ ฮือ

เปรียบเทียบโครงหน้าเก่า และ โครงหน้าใหม่ค่ะ สไตล์ดอลลี่ไลน์ กับ สไตล์ วีเชฟไลน์ค่ะ

ขอเปรียบเทียบโครงหน้าแบบแรก กับ แบบปัจจุบันให้เห็นภาพชัดมากขึ้นค่ะ ว่าต่างกันอย่างไร แล้วทำไมต้องแก้ไขค่ะ ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี แต่บางอย่างถ้ามันไม่เข้ากับเรา มันก็สูญเสียความมั่นใจทั้งหมดที่มีไปเลยก็ได้นะค่ะ

หลังการตัดโครงหน้ารอบที่ 2

หรือตัดกระดูกออกไปปัญหาที่ทุกคนต้องกังวล ก็ได้เกิดขึ้นกับนกอีกครั้งนั่นคือ การที่เนื้อที่เคยอยู่ติดกระดูก หลังจากที่เราเรากระดูกออกไป แต่เนื้อยังคงอยุ่ดังเดิม สิ่งที่ตามมาคืออะไรค่ะ

  1. เนื้อย้วย ไม่กระชับ
  2. ย่อนยาน กรอบหน้าหาย
  3. คอกับคางรวมกัน

ถ่ายรูปด้านข้างไม่มั่นใจเลยค่ะ วิธีที่สามารถกำจัดเนื้อตรงนี้ออกไปได้ ย้ำว่าเนื้อค่ะ ไม่ใช่ไขมัน เพราะเนื้อจุดนี้เป็นจุดที่เกินมาจากการตัดโครงหน้าถึง 2 รอบ

ดังนั้นจะต้องใช้วิธีการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งจะบอกว่าศึกษามาแล้วค่ะ แผลใหญ่ และรอบหู  ด้วยความที่นกเป็นคนผิวสองสี คีรอยด์จะมาง่ายมากๆ จึงหาวิธีอื่นๆ อยู่ปีกว่าๆ ไม่ว่าจะ เทอมาจ ร้อยไหม ไฮฟู่ ทุกสิ่งค่ะ

บอกเลยว่าหมดไปหลายแสน เพราะปกติเค้าทำเทอมาจกัน 6 เดือนขึ้นไป ครั้งนึงนกยิงทุกเดือน ยิงตัวนี้เป็นแสนบาทไทยค่ะ ทำที่คลินิคไทย ปรากฎว่า มันไม่สามารถขึ้นได้เลย

เนื่องจากนกมีส่วนเกินตรงเนื้อใต้คางเยอะมาก ผิวหย่อนคล้อยหนักมากๆ จิงๆ เลยต้องยอมแพ้ เพราะดื้อรันไป มีแต่จะเสียเงินให้คลินิคที่ไทยไปเรื่อยๆ และไม่รู้มันจะดีขึ้นจิงๆ ไหม เลยตัดสินใจทำการผ่าตัดดึงหน้าค่ะ แผลคือหลังหู หน้าหูครึ่งนึง และยาวไปถึงท้ายทอย

นี้คือภาพ Before – After ได้ประมาณ 3 เดือน

กรอบหน้ากลับมา แต่ต้องแรกกับหลังหูที่มีคีรอยด์และต้องคอยฉีดให้ยุบทุกเดือนค่ะ ในช่วงที่นกทำไม่มีนวัตกรรมใดเลย ที่เป็นการดึงหน้าแบบไม่มีแผล (แต่ปัจจุบันมีแล้วนะค่ะ การดึงหน้าแบบไม่มีแผล และมีรพ.เดียวเท่านั้นในเกาหลีที่ทำได้ สนใจก็ไลน์สอบถาม Line: @makeawishdiary นะค่ะ นกตอบเองค่ะ )

สิ่งที่นกอยากจะบอกคือ

จะเห็นได้ว่าก่อนทำน่าเกลียดมากๆ ไม่มั่นใจมากๆ ไม่ใช่เพราะอ้วน หรือไขมันค่ะ แต่เป็นเพราะเนื้อล้วนๆ เลยค่ะ หมดค่าเทอมาจไปเกือบๆล้าน ไม่มีอะไรดีขึ้นค่ะ ดึงหน้าไป สี่แสนตึงขึ้นราวปาฎิหารย์ค่ะ จบการรีวิวดึงหน้าแต่เพียงเท่านี้ รายละเอียดจะมีในหน้าเวปไซต์ค่ะ

  • ว่าใช้เวลาผ่าตัดกี่ชั่วโมง
  • พักฟื้นกี่วัน ตัดไหม
  • และรวมถึงนวัตกรรม กับการแนะนำ รพ และ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านๆ

เพราะโรงพยาบาลเดียวกัน ใช่ว่าจะทำเก่งทุกอย่าง ต้องศึกษาละเอียดรอบคอบ และวางแผนดีๆ จากคนที่มีประสบการณ์

แล้วคุณจะไม่พลาดที่มาเจ็บตัวหลายรอบ เจ็บใจกับเงินที่จ่ายไปแบบนกค่ะ เดินเกมส์ถูกตั้งแต่แรก ก็คงไม่ต้องมานั่งแก้ไขไปมาแบบนี้แน่นอน แอบเซ็งเหมือนกัน แต่มันก็ผ่านมาได้แล้วค่ะ อยู่กับปัจจุบัน go on ใครจะบอกนกทำบ่อย ทำโน่นนี่ คือ เค้ามีสิทธิ์พูด ไม่โกรธคนไมรุ้แล้วพูดไปเรื่อยๆค่ะ

เราทำเพราะมันเป็นจุดที่ไม่มั่นใจ และการทำงานเราอยุ่กับตรงนี้ ฉะนั้นมันจำเป็น ไม่มีใครอยากเจ็บตัวหลายรอบ อยากเสียเงินเรื่อยๆหรอกค่ะ ค่าแก้แพงมากๆด้วยค่ะ ที่เกาหลี ฉะนั้นทำครั้งเดียวสวยยาวย่อมดีกว่าค่ะ

แอบอิจฉาเด็กรุ่นใหม่ที่เข้าวงกรศัลยกรรมยุคนี้ เพราะ คนที่เคยทำๆ กันมายุคก่อน เค้าผ่านเรื่องราวมาเยอะมากๆ จนสามารถเป็นหน่วยคัดกรองให้อย่างดีเลย ว่าอย่าไปทำที่นั่น แบบนั้นนะมันทำแล้วไม่โอเคนะ คือตกผลึกมาแล้ว

นี่แหละคือข้อดีว่า ทำไมเวลาจะ ทำศัลยกรรมเกาหลี ต้องถามผู้มีประสบการณ์ตรง เท่านั้น เพราะเค้าบอกคุณได้หมดว่าความผิดพลาดที่ผ่านมา คุณจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาคลำหาทางเอง เพื่อการเดินทางไปสู่ความสวยและความสำเร็จโดยเร็วไงค่ะ

ก่อนทำ และ หลังทำ ผ่าตัดดึงหน้าแบบมีแผลกรีดหลังหู อย่างละเอียดค่ะ ผ้าที่รัดหน้าต้องรัดไว้แบบนั้น ประมาณ 1 เดือนนะค่ะ

เวลาที่นกรอคอยก็มาถึง

ที่เกาหลีเค้าจะมีการ CT Scan ค่ะ ไม่ว่าคุณจะทำศัลยกรรมแค่จมูกหรือตา จะมีการ X-ray ตรวจเลือด เช็คความดัน ซึ่งแตกต่งจากที่ไทยมากๆค่ะ และการ ทำศัลยกรรมที่เกาหลี ให้ความสำคัญกับความรุ้สึกของคนไข้

เค้าจะไม่ให้เรารู้สึกกังวลอะไรใดๆ เลย จะมีการให้ยานอนหลับหรือ ยาสลบผ่านสายน้ำเกลือเท่านั้นค่ะ ทำตาก็หลับเอาซิ๊ คือนกทำตาที่ไทยมา 5 รอบ รอบล่าสุดกลายเป็นตานกมีอาการกล้ามเนื้อ่อนแรงไปเลย

อันนี้คือทำมาเยอะจนแบบ ถ้าทำที่ไทยอีก ฉีดยาชาที เอาไม่อยู่แล้วเพราะทำหลายครั้งจน พังผืดมันเกาะหมดแล้วยาชาเข้าไม่ถึง เวลาผ่าแต่ละครั้งที่คลินิคไทย ไม่เคยมีการวางยานะค่ะ ทรมานมาก เพราะรู้สึกได้ถึงการกรีดเลย เจ็บปวดมาก หมอได้แต่ทำให้เร็วที่สุด เพื่อเย็บ

เพราะนกคือยาชาเอาไม่อยุ่จิงๆ ค่ะ เดี๋ยวรายละเอียดจะเล่าให้ฟังตอนทำตาที่เกาหลี และ ไทยแตกต่างกันอย่างไรนะค่ะ

เอาเป็นว่า หลับสบายค่ะ เหมือนมีคนปลุกมาดูชั้นตาแปบเดียว 5 นาที แล้วก็หลับต่อ คือชิลมาก ไม่มีอะไรชิลกว่านี้แล้ว ทำจมูกก็เช่นกันค่ะ หลับยาวๆ ตื่นมาก็สวยเลย พักฟื้น 7 วันตัดไหม ก็แต่งหน้าได้เลย ระหว่างการพักฟื้น ก็มีการทำฉายแสงลดบวม ทรีทเม้นต์ผิว

เพราะขณะทำศัลยกรรม เราจะไม่สามารถทาอะไรได้เลย ดังนั้น รพ เลยเล็งเห็นจุดนี้ ว่าพักฟื้นหายแผลผ่าตัดแล้ว หน้าต้องไม่โทรม เก๋กู๊ดมากๆ ค่ะ

ส่วนเทคนิคที่นกทำรอบนี้ คือ การเหลาฐานจมูก เหลากระดูกเพื่อวางฐานใหม่ นึกภาพตามนะค่ะ ถ้าจมูกเราใหญ่ที่ฐานมีความกว้าง แล้วเราต้องเอาซิลิโคนแปะวางทับ เหมือนคลินิคที่ไทย ไปเลย จะทำให้จมูกของเราเล็กลงเรียวยาว โด่งได้จริงหรือค่ะ …..

วิธีที่ถูกจิงๆ ลองย้อนไปดูจมูกนกขณะที่ เอาออกเพราะมีหนองนะค่ะ ลองดูด้านบน ฐานจมูกนกกว้างมาก และเกือบทะลุเพราะซิลิโคนโด่งรั้งเกินไป จึงเป็นปัญหา จมูกรอบนี้คุณหมอเลยอยากให้เข้ากับโครงหน้าจึงเหลาฐานกระดูกปรับให้เรียบเสมอกัน

แล้วจึงวางซิลิโคนลงไปแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ส่วนปลายใช้กระดูกอ่อนในโพรงจมูก + กระดูกอ่อนหลังหู + ปลูกถ่ายเนื้อเยื้อด้วยสเต็มเซลล์ ป้องกันการโด่งแบบไม่ทะลุในอนาคตค่ะ

เพราะคุณหมอบอกว่าถ้าเป็นกระดูกและการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อเราจิงๆ มันจะยืดหยุ่นกว่า การที่เป็นซิลิโคน ทรงเลยออกมาแบบนี้ค่ะ สวยถูกใจเข้ากับหน้ามาๆ ปล แอบขัดใจหน้าผาก แต่รอสักพักว่าจะทำแต่จะปลูกผมอย่างเดียวหรือไม่นั้น ต้องตรวจเช็คอีกที

เพราะจุดนี้ คือหน้าผากสูงและเถิกข้างมากๆค่ะ ไม่กล้าเปิดขึ้นเลย เพราะกว้างมากกกก เป็นมาตั้งแต่เด็กไม่กล้า ไม่มั่นใจอย่างแรงงง นี่ถ้าได้หน้าผากจะเริ่ดเลยย คิดในใจ แต่ไว้ก่อนรอบนี้จัดจมูกไปก่อนแล้วกันค่ะ

อัพเดทล่าสุด

กับศัลยกรรมที่ต้องแก้ไขอีกแล้ว จากหมอไทยอีกเช่นเดิมค่ะ ดูรูปแรกนะค่ะ ตาครั้งที่ 5 ของนก แก้แล้วยิ่งแย่ค่ะ ตัดสินใจนานมาก เพราะหารพ ในเกาหลี หลายที่บอกทำไม่ได้ ไม่มีกล้ามเนื้อ และกล้ามเนื้ออ่อนแรงไปแล้ว จนมาเจอ รพ กับ อาจารย์หมอท่านนี้บอกกับนกว่า จะดีขึ้นประมาณ 80%  หัวใจพองโตมากค่ะ เพราะแค่คิดว่า 50% ก็ดีใจมากๆ แล้ว

อยากให้คนที่อ่านมาถึงตรงนี้เข้าใจ นกเป็นคนต้นทุนน้อยค่ะ มีเงินก็อยากทำ จุดที่ด้อย ที่ไม่เหมาะใจ และคิดน้อยก็ทำไทยมาเยอะมากค่ะ ทำทุกอย่างบนร่างกายและใบหน้า สรุปสุดท้ายต้องมาจบ ที่เกาหลีทั้งหมด งานแก้ไขต่างๆ อย่างที่นกบอกค่ะ มันแพง แต่นกก็ต้องยอม เพราะตัดสินใจทำตอนวัยเด็ก 20 ปีนั้น ด้วยความรู้เท่านั้น

วันนี้เลยอยากบอกกับทุกคนว่า ถ้ามีโอกาสที่จะได้ทำ อย่าทำเพราะจะได้ทำทันที เก็บเงินเพิ่ม รอเวลาแล้วทำที่ๆ ดีทีเดียวจะดีกว่า ไม่เช่นนั้น อาจจะต้องเสียเวลา เสียเงินทองมากมายแบบนกนะค่ะ

รูป  Before After ตาค่ะ

ตามลำดับภาพ ส่วนหน้าผากปมด้อยมากๆค่ะ กว้างและเถิกสูง ถามหมอมาแล้ว ด้วยความที่หน้าผากเยอะไปหน่อย การปลูกผมจะได้แค่ไรผมที่มีการเว้าเข้าไปเท่านั้น แต่พื้นที่หน้าผากที่สูงๆ จะไม่สามารถ ลดได้ 100% นกเลยตัดสินใจทำในครั้งนี้ไปด้วยเลย และศัลยกรรมนี้ไม่ได้เป็นการแก้ไข เป็นการทำครั้งแรก ราคาจึงจ่ายไปเพียงหลักแสนต้นๆ

ซึ่งถูกกว่าปลูกผมมากๆ และจบปัญหากว่าการปลูกผมค่ะ ส่วนด้านข้างๆ ไม่สามารถลดได้ หากแผลหาย และ เข้าที่หลังทำ 6 เดือนขึ้นไปนกจะมาอัพเดรตให้อีกทีนะค่ะ ว่า นกได้ทำการปลูกผมร่วมด้วยมั้ย แต่การทำศัลยกรรมเกี่ยวกับหน้าผาก หรือศรีษะ จะมีอาการชาที่หนังหัวร่วมด้วยในระยะแรกๆ ประมาณ 1-2 เดือนแรกนะค่ะ

เรื่องการตัดปากบาง

ที่นกทำมาจากหมอไทย ทั้ง 2 รอบแรกๆ มันก็ดีอยู่ค่ะ แต่ตอนที่ทำคืออายุ 20 จนตอนนี้จะ 32 แล้วดังนั้น คอลลาเจนในชั้นผิวมันเริ่มแห้งลงทำให้ปากที่ บางอยู่แล้วบางไปอีก จึงมีลักษณะที่ไม่สวย เวลาทาลิปดูไม่อวบอิ่ม

นกจึงฉีดฟิลเลอร์ เน้นว่าต้องแท้นะค่ะ แกะจากกล่องฉีดค่ะ ไม่ใช่เอาไขมันฉีดนะค่ะ เพราะทรงมันจะอยุ่ไม่ดีเท่าฟิลเลอร์ในกรณีของปากนะค่ะ ส่วนใบหน้าจุดอื่นๆ สามารถใช้ไขมันเพื่อความสมูท และ นุ่มนวลได้ค่ะ

นกฉีดไปแค่ 1 ซีซี เพื่อให้ปากเป็นรูปมากขึ้นเท่านั้นไม่ได้ทำการฉีดให้ดู หนาแบบที่คนนิยมเหมือนฝรั่ง ไคลี่ เจนเนอร์ขนาดนั้นนะค่ะ เพราะนกรู้สึกได้ว่า ปากนกฟันด้านบนยื่นออกมาจากการตัดกรามไปเยอะ นกจึงกลับมาที่การดัดฟันใหม่อีกรอบ

เดี๋ยวจะมาเขียนรีวิวให้นะค่ะ ว่าทำวีเนียร์เก่า เกือบทำฟันเน่าและถอนหมดปากแล้ว กับการเดินทางผิดอีกแล้วจึงต้องเสียค่าดัดฟันใหม่ รวมๆ แล้วเกือบครึ่งล้าน ขอเป็น ep.หน้านะค่ะ ตอนนี้ง่วงมาก ไว้จะมาอัพเดรตใหม่ในบล็อกนี้นะค่ะ

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ค่ะ รายละเอียดจุดอื่นๆ วิธีการผ่าตัดสามารถชมที่เวปไซต์ทั้งหมดได้เลยค่ะ ศัลยกรรมเกาหลี

หรือสอบถามเพิ่มเติมที่นีนะค่ะ นกตอบเองทุกเคสค่ะ

นี่คือรูปหน้านกในปัจจุบันค่ะ ขออนุญาติเทียบก่อนศัลยกรรมให้ดูนะค่ะ มาไกลเหลือเกินนนนน

  

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!